ใบสั่ง-กับรถยกสูง
ที่จริงผมโดนใบสั่งมาตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาน่ะครับ ข้อหาดัดแปลงสภาพรถ(ยกสูง) ค่าปรับ 400 บาท
แต่อยากเอามาแชร์ซักนิดนึง เนื่องจากรถผมก็ไม่ใช่ว่าจะเดิมๆมานานแล้ว
แต่ก่อนตัวรถก็จัดเต็มมาหลายปี ขับมานานก็ไม่เคยโดนใบสั่ง
พอโดนแล้วก็ไม่สบายใจครับ เลยไปสอบถามเรื่องเกี่ยวกับการดัดแปลงสภาพ
แล้วปัญหามันก็เกิด....
1. การดัดแปลงสภาพรถ โดยการยกสูงต้องมีวิศวกรระดับสามัญขึ้นไปเซ็นรับรองสภาพความแข็งแรง
- ข้อนี้ไม่มีปัญหามีอาจาร์ยรับรองให้ผมแล้ว 1 ท่าน
2. ยกสูงตัวรถโดยระดับไฟหน้าวัดจากพื้นไม่เกิน 145 ซ.ม. สามารถทำได้
- ของผมไม่เกินแต่โดน แต่ได้สอบถามทางขนส่งถ้ามีการขายรถก็ไม่สามารถโอนได้น่ะครับ เนื่องจากการดัดแปลงสภาพ งงซิเราซ้ำซ้อนหน้าดู
3. อุปกรณ์เสริมตัวรถ จำพวก โรลบาร์ - แร็ค - กันชนสามารถติดตั้งได้ แต่ต้องยึดให้แข็งแรง
- รถ Offroad มันมีทุกคัน แข็งแรงทุกคัน
พี่หนวดเขาไม่เล่นผมข้อนี้แต่จ้องช่วงล่างอย่างเดียว แต่วันเดียวกัน Ford
ใส่กันชน + Side rail โดนจับ งงอีกแล้ว
4. ตัวรถดัดแปลงสภาพ ต้องนำรถขึ้นชั่งน้ำหนัก กำหนดให้รถกระบะที่จดทะเบียนมีน้ำหนักสุทธิ "ไม่เกิน 1600 ก.ก."
- อันนี้ละครับพูดไม่ออกเลยทีเดียว ตอนผมโอนรถคันนี้มาในสภาพเดิมๆมันก็ 1620 ก.ก. หลังสุดที่ผมเคยชั่งคือ 1930 ก.ก.
..จะทำยังไงดีครับ ใครพอมีทางออกอื่นหรือเปล่า อยากแต่งรถแบบถูกกฏหมายครับ
ตอบคำถาม
- รถ4ประตู เดิมจดทะเบียนเป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7
คน(ร.ย.1)ลักษณะรถเป็นนั่งสองตอนท้ายบรรทุก เมื่อติดหลังคา ลักษณะจะเป็น
นั่งสองตอนท้ายบรรทุก(มีหลังคา)ใช้ป้ายทะเบียนเดิมครับไม่เปลี่ยน
- ไม่มีปัญหาเรื่องน้ำหนักรถเพิ่ม เพราะ ร.ย.1 จะคิดภาษีตาม C.C
- สามารถแจ้งได้ที่สำนักงานขนส่งทุกแห่ง ไม่จำเป็นต้องไปที่รถจดทะเบียน
เอกสารที่ต้องใช้
1. สมุดคู่มือจดทะเบียนรถ หรือกรณีติดไฟแนนซ์ สำเนาสมุดคู่มือจดทะเบียนรถที่ไฟแนนซ์ถ่ายให้
2. บัตรประจำตัวประชาชนเจ้าของรถ
3. ใบเสร็จค่าอุปกรณ์หลังคารถ
4. ใบมอบอำนาจ(กรณีเจ้าของรถไม่ได้ดำเนินการด้วยตนเอง)
5. บัตรประจำตัวประชาชนผู้รับมอบ(กรณีมอบอำนาจ)
นำรถไปด้วยครับเพราะต้องตรวจสภาพ การยกสูง
บริการเซ็นต์รับรองความแข็งแรงให้กับรถยนต์ดัดแปลง โดยสามัญวิศวกรเครื่องกล รับเซ็นต์รับรองรถยกสูง รับเซ็นต์รับรองรถโหลดเตี้ย รับเซ็นต์รับรองรถเปลี่ยนระบบขับเคลื่อนจากขับ 4x2 เป็นขับ 4x4 รับเซ็นต์รับรองรถเปลี่ยนโครงสร้างตัวรถ หัวเก๋ง ท้าย รับเซ็นต์รับรองรถเพื่อการเกษตร เหล็กลูกกรงกระบะ รับเซ้นต์รับรองรถแก๊ส NGV LPG 087-6923836 sompong10000@hotmail.com ID LINE: j-temza
วันศุกร์ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2556
ต่อภาษีปีแรกก็โดนซะแล้ว
บทความจาก: http://www.weekendhobby.com/offroad/kia/Question.asp?ID=16496
ผมใช้รถ KIA มาได้เกือบปีแล้ว ตอนต่อภาษีครั้งแรกที่ได้รถมา รถยังอยู่สภาพเดิมๆ ไม่ติดแก็ส ไม่ยกสูง ก็ต่อภาษีได้เรียบร้อย
ปกติเคยเอารถอื่นๆ ไปต่อ ก็ไม่มีปัญหาใดๆ
ผมใช้บริการตรวจสภาพแถวๆ ด้านหลังกรมขนส่งสะดวกดี พร้อมซื้อพ.ร.บ ไปด้วย ตรวจสภาพเสร็จ ก็เข้า Drive Through ไม่เกิน 1 ชม. ก็เสร็จทุกขั้นตอน
พอครบเวลาต่อภาษีรถ KIA เมื่อสองวันก่อน ผมก็ขับรถไปที่กรมการขนส่งแล้วขับทะลุไปด้านหลังกรมเพื่อจะไปตรวจสภาพ พอขับเข้าไปในร้านตรวจสภาพ เด็กรับรถบอกว่า รถพี่เป็นรถยกสูง ดัดแปลงกันชนหน้า (ไอ้โน่น ไอ้นี่ บลาๆๆๆ) ตรวจสภาพไม่ได้ ต้องให้วิศวกรเซ็นต์รับรองก่อน ผมก็งงละซิมีอย่างนี้ด้วยหรือ (เพิ่งใช้รถยกสูงดัดแปลงเป็นปีแรก)
ก็บอกเด็กไปว่าไม่เป็นไร เดี๋ยวจะติดต่ออู่ที่ดัดแปลงให้ทำเรื่องวิศวกรให้ ว่าจะกลับแล้ว เด็กคนเดิมก็บอกว่า พี่ๆ มีอีกร้านทำได้ (ก่อนหน้านั้นผมเห็นเขายกโทรศัพท์คุยกับใครสักคน) แล้วเขาก็มาบอกว่าพี่ขับรถไปหาคนโน้นเลย
ตอนนั้นคิดว่าไหนๆ มาแล้วไม่อยากเสียเวลาขับกลับไปแล้วกลับมาใหม่ ก็เลยลองดู
เป็นร้านแบบมีโต๊ะตั้ง แถวนั้นมีโต๊ะรับทำเอกสารเกี่ยวกับรถยนต์หลายร้านเลย
พอขับเข้าไป เด็กรับรถก็หาที่จอดให้ และเข้ามาบอกว่าเดี๋ยวจัดการให้ไม่นาน ตอนนั้นรีบๆ ก็ไม่ได้คิดอะไร ไม่มีการตรวจสภาพรถใดๆ เลย ฝากระโปรงรถเราย้งไม่ต้องเปิดดูเลย
เห็นเขาเขียนค่าใช้จ่ายให้ดู
ภาษี 1460
พรบ 650
ตรวจสภาพ 400
ค่าบริการ 200
รวม 2710
เห็นว่าค่าบริการเพิ่ม 200 บาท ก็จ่ายไป ถามเขาว่านานไหม เขาก็บอกว่า ครึ่งชั่วโมง
แล้วก็เห็นเขาไปลอกเลขตัวถัง แลัวจัดแจงให้คนขับมอเตอร์ไซด์เอาเอกสารไป
ระหว่างที่รอก็มานั่งคิดได้ว่า ค่าตรวจสภาพเขาคิด 400 ซึ่งปกติน่าจะ 150 หรือ 200 บาท นี่แหละ ไอ้เด็กขับมอเตอร์ไซต์ก็คงเอาเอกสารเราไปเข้า Drive Through นั่นแหละ
แสดงว่าเราต้องจ่ายเพิ่มอีก 400 บาท
แล้วไอ้เรื่องที่วิศวกรต้องเซ็นต์รับรองหล่ะ ไม่เห็นมีเลย
อ้าว โดนเข้าแล้ว
ถ้าผมใจเย็นๆ อีกสักนิด แล้วลองขับไปร้านตรวจสภาพที่อยู่ติดๆ กัน หรือร้านอื่นๆ ซึ่งมีร้านตรวจสภาพอีกหลายๆ ร้าน ก็อาจจะไม่ต้องเสียเงินเพิ่มโดยไม่จำเป็นก็ได้
OK ผมต่อภาษีได้ ใช้เวลาก็ไม่เกิน 30 นาทีจริง แต่ถ้าผมได้ใบตรวจสภาพและพรบ. มา ขับเข้า Drive Throug ก็ไม่ได้เสียเวลาอะไรมากมาย เช่นกัน แล้วทำไมต้องจ่ายเพิ่มอีก 400 บาท
คำถามของผมคือ
1) จริงๆ แล้ว รถยกสูงสัก 3 -4 นิ้ว ถือว่าดัดแปลงสภาพและต้องเซ้นต์รับรองโดยวิศวกร และต้องระบุลงในเล่มทะเบียนหรือไม่
2) อู่ตรวจสภาพ ทั่วๆ ไป จะออกใบตรวจสภาพให้หรือไม่ ถ้าเป็นรถดัดแปลงอย่างที่ว่า (เพราะผมไม่เห็นร้านรับต่อภาษีที่เค้าตั้งโต๊ะทำอะไรเกี่ยวกับการเซ็นต์ รับรองโดยวิศวกรเลย ซึ่งตอนแรกผมคิดว่าจำเป็นต้องทำก่อนจึงจะต่อภาษีได้)
ผมมานั่งคิดหลังจากนั้นแล้ว ไอ้เด็กรับรถที่อู่ตรวจสภาพ อาจจะเป็นหน้าม้าของร้านต่อภาษีแบบตั้งโต๊ะก็ได้ ลูกค้าที่ไม่รู้บางคนก็อาจจะถูกหลอกให้ไปหาร้านที่ตัวเองเป็นหน้ามาให้ คิดว่าประมาณนั่นแหล่ะครับ ท่านอื่นๆ คิดว่าอย่างไร ให้ความรู้ผมด้วยครับ
ตอบคำถาม เคสของพี่หนุ่มKia เป็นการดัดแปลงสภาพรถครับ ต.ร.อ. ไม่กล้าตรวจแน่นอนถึงออกใบตรวจได้เข้าขนส่งก็คงโดนไล่ให้ไปแก้ไขรถก่อนอยู่ ดีครับ ดีไม่ดี ต.ร.อ. ที่ตรวจอาจจะซวยไปด้วย
วิธีที่เขาทำกันก็คือแบบที่ทำมาครับ เรียกบ้านๆว่าตรวจนอก แต่เขาต้องนำเล่มไปวิ่งเองครับ รถยกสูงส่วนใหญ่ก็ต้องใช้วิธีนี้เท่านั้น ถ้าต้องการถูกต้องตามกฏข้อบังคับมันก็มีขั้นตอนอยู่ครับ
1. ให้วิศวกรที่มีระดับ ก.ว. สามัญขึ้นไปและอยู่ในสายเครื่องกลเป็นผู้รับรองการดัดแปลงสภาพ แต่รายละเอียดไม่ได้มีแค่แจ้งยกสูงครับ ถ้ามีอุปกรณ์เสริมอะไรก็ต้องแจกแจงลงไปในรายละเอียดให้ครบถ้วน แม้นกระทั้งขนาดยางที่ใช้
2. นำใบรับรองจากวิศวกรไปแจ้งดัดแปลงสภาพที่ขนส่ง ขนส่งจะตรวจรถตามรายการที่วิศวกรระบุครับ หลังจากนั้นจะลงท้ายเล่มหน้า 18 พร้อมรายละเอียดของวิศวกรผู้รับรอง
....รถพวกนี้ถ้ายกมาแล้วเวลาซื้อขายก็ลำบากครับ ของผมซื้อแบบแต่งมาทั้งคันแล้วเวลาโอนก็โอนนอกเหมือนกันครับ อีกคันกระบะยาง 33 ผมเคยจะแจ้งดัดแปลงสภาพ แต่กระบะมันบังคับว่าถ้ารถจดทะเบียนป้ายเขียวสำหรับบรรทุก 1 ตัน น้ำหนักรถเปล่าต้องไม่เกิน 1.6 ตัน แล้วรถกระบะออฟโรดคันไหนล่ะครับจะหนักแค่นั้น ส่วน Sportage จดทะเบียนรถนั้ง แจ้งดัดแปลงสภาพง่ายกว่าเยอะเพราะไม่มีพิกัดน้ำหนักรถครับ
ผมใช้รถ KIA มาได้เกือบปีแล้ว ตอนต่อภาษีครั้งแรกที่ได้รถมา รถยังอยู่สภาพเดิมๆ ไม่ติดแก็ส ไม่ยกสูง ก็ต่อภาษีได้เรียบร้อย
ปกติเคยเอารถอื่นๆ ไปต่อ ก็ไม่มีปัญหาใดๆ
ผมใช้บริการตรวจสภาพแถวๆ ด้านหลังกรมขนส่งสะดวกดี พร้อมซื้อพ.ร.บ ไปด้วย ตรวจสภาพเสร็จ ก็เข้า Drive Through ไม่เกิน 1 ชม. ก็เสร็จทุกขั้นตอน
พอครบเวลาต่อภาษีรถ KIA เมื่อสองวันก่อน ผมก็ขับรถไปที่กรมการขนส่งแล้วขับทะลุไปด้านหลังกรมเพื่อจะไปตรวจสภาพ พอขับเข้าไปในร้านตรวจสภาพ เด็กรับรถบอกว่า รถพี่เป็นรถยกสูง ดัดแปลงกันชนหน้า (ไอ้โน่น ไอ้นี่ บลาๆๆๆ) ตรวจสภาพไม่ได้ ต้องให้วิศวกรเซ็นต์รับรองก่อน ผมก็งงละซิมีอย่างนี้ด้วยหรือ (เพิ่งใช้รถยกสูงดัดแปลงเป็นปีแรก)
ก็บอกเด็กไปว่าไม่เป็นไร เดี๋ยวจะติดต่ออู่ที่ดัดแปลงให้ทำเรื่องวิศวกรให้ ว่าจะกลับแล้ว เด็กคนเดิมก็บอกว่า พี่ๆ มีอีกร้านทำได้ (ก่อนหน้านั้นผมเห็นเขายกโทรศัพท์คุยกับใครสักคน) แล้วเขาก็มาบอกว่าพี่ขับรถไปหาคนโน้นเลย
ตอนนั้นคิดว่าไหนๆ มาแล้วไม่อยากเสียเวลาขับกลับไปแล้วกลับมาใหม่ ก็เลยลองดู
เป็นร้านแบบมีโต๊ะตั้ง แถวนั้นมีโต๊ะรับทำเอกสารเกี่ยวกับรถยนต์หลายร้านเลย
พอขับเข้าไป เด็กรับรถก็หาที่จอดให้ และเข้ามาบอกว่าเดี๋ยวจัดการให้ไม่นาน ตอนนั้นรีบๆ ก็ไม่ได้คิดอะไร ไม่มีการตรวจสภาพรถใดๆ เลย ฝากระโปรงรถเราย้งไม่ต้องเปิดดูเลย
เห็นเขาเขียนค่าใช้จ่ายให้ดู
ภาษี 1460
พรบ 650
ตรวจสภาพ 400
ค่าบริการ 200
รวม 2710
เห็นว่าค่าบริการเพิ่ม 200 บาท ก็จ่ายไป ถามเขาว่านานไหม เขาก็บอกว่า ครึ่งชั่วโมง
แล้วก็เห็นเขาไปลอกเลขตัวถัง แลัวจัดแจงให้คนขับมอเตอร์ไซด์เอาเอกสารไป
ระหว่างที่รอก็มานั่งคิดได้ว่า ค่าตรวจสภาพเขาคิด 400 ซึ่งปกติน่าจะ 150 หรือ 200 บาท นี่แหละ ไอ้เด็กขับมอเตอร์ไซต์ก็คงเอาเอกสารเราไปเข้า Drive Through นั่นแหละ
แสดงว่าเราต้องจ่ายเพิ่มอีก 400 บาท
แล้วไอ้เรื่องที่วิศวกรต้องเซ็นต์รับรองหล่ะ ไม่เห็นมีเลย
อ้าว โดนเข้าแล้ว
ถ้าผมใจเย็นๆ อีกสักนิด แล้วลองขับไปร้านตรวจสภาพที่อยู่ติดๆ กัน หรือร้านอื่นๆ ซึ่งมีร้านตรวจสภาพอีกหลายๆ ร้าน ก็อาจจะไม่ต้องเสียเงินเพิ่มโดยไม่จำเป็นก็ได้
OK ผมต่อภาษีได้ ใช้เวลาก็ไม่เกิน 30 นาทีจริง แต่ถ้าผมได้ใบตรวจสภาพและพรบ. มา ขับเข้า Drive Throug ก็ไม่ได้เสียเวลาอะไรมากมาย เช่นกัน แล้วทำไมต้องจ่ายเพิ่มอีก 400 บาท
คำถามของผมคือ
1) จริงๆ แล้ว รถยกสูงสัก 3 -4 นิ้ว ถือว่าดัดแปลงสภาพและต้องเซ้นต์รับรองโดยวิศวกร และต้องระบุลงในเล่มทะเบียนหรือไม่
2) อู่ตรวจสภาพ ทั่วๆ ไป จะออกใบตรวจสภาพให้หรือไม่ ถ้าเป็นรถดัดแปลงอย่างที่ว่า (เพราะผมไม่เห็นร้านรับต่อภาษีที่เค้าตั้งโต๊ะทำอะไรเกี่ยวกับการเซ็นต์ รับรองโดยวิศวกรเลย ซึ่งตอนแรกผมคิดว่าจำเป็นต้องทำก่อนจึงจะต่อภาษีได้)
ผมมานั่งคิดหลังจากนั้นแล้ว ไอ้เด็กรับรถที่อู่ตรวจสภาพ อาจจะเป็นหน้าม้าของร้านต่อภาษีแบบตั้งโต๊ะก็ได้ ลูกค้าที่ไม่รู้บางคนก็อาจจะถูกหลอกให้ไปหาร้านที่ตัวเองเป็นหน้ามาให้ คิดว่าประมาณนั่นแหล่ะครับ ท่านอื่นๆ คิดว่าอย่างไร ให้ความรู้ผมด้วยครับ
ตอบคำถาม เคสของพี่หนุ่มKia เป็นการดัดแปลงสภาพรถครับ ต.ร.อ. ไม่กล้าตรวจแน่นอนถึงออกใบตรวจได้เข้าขนส่งก็คงโดนไล่ให้ไปแก้ไขรถก่อนอยู่ ดีครับ ดีไม่ดี ต.ร.อ. ที่ตรวจอาจจะซวยไปด้วย
วิธีที่เขาทำกันก็คือแบบที่ทำมาครับ เรียกบ้านๆว่าตรวจนอก แต่เขาต้องนำเล่มไปวิ่งเองครับ รถยกสูงส่วนใหญ่ก็ต้องใช้วิธีนี้เท่านั้น ถ้าต้องการถูกต้องตามกฏข้อบังคับมันก็มีขั้นตอนอยู่ครับ
1. ให้วิศวกรที่มีระดับ ก.ว. สามัญขึ้นไปและอยู่ในสายเครื่องกลเป็นผู้รับรองการดัดแปลงสภาพ แต่รายละเอียดไม่ได้มีแค่แจ้งยกสูงครับ ถ้ามีอุปกรณ์เสริมอะไรก็ต้องแจกแจงลงไปในรายละเอียดให้ครบถ้วน แม้นกระทั้งขนาดยางที่ใช้
2. นำใบรับรองจากวิศวกรไปแจ้งดัดแปลงสภาพที่ขนส่ง ขนส่งจะตรวจรถตามรายการที่วิศวกรระบุครับ หลังจากนั้นจะลงท้ายเล่มหน้า 18 พร้อมรายละเอียดของวิศวกรผู้รับรอง
....รถพวกนี้ถ้ายกมาแล้วเวลาซื้อขายก็ลำบากครับ ของผมซื้อแบบแต่งมาทั้งคันแล้วเวลาโอนก็โอนนอกเหมือนกันครับ อีกคันกระบะยาง 33 ผมเคยจะแจ้งดัดแปลงสภาพ แต่กระบะมันบังคับว่าถ้ารถจดทะเบียนป้ายเขียวสำหรับบรรทุก 1 ตัน น้ำหนักรถเปล่าต้องไม่เกิน 1.6 ตัน แล้วรถกระบะออฟโรดคันไหนล่ะครับจะหนักแค่นั้น ส่วน Sportage จดทะเบียนรถนั้ง แจ้งดัดแปลงสภาพง่ายกว่าเยอะเพราะไม่มีพิกัดน้ำหนักรถครับ
วันพฤหัสบดีที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2556
การดัดแปลงใส่ Sun roof (ซันรูฟ)
ในรถยนต์บางรุ่นไม่ได้ออกแบบมาเพื่อมีช่องรับอากาศภายนอกบนหลังคา (ซันรูฟ) เมื่อผู้ครอบครองรถทำการดัดแปลงรถเพื่อทำซันรูฟ จึงถือว่าเป็นการดัดแปลงรถก่อให้เกิดความไม่ปลอดภัยกับตัวผู้ขับขี่ดังนั้นเมื่อขอต่อทะเบียนรถ ณ ขนส่งจังหวัดจะทำให้ไม่ผ่านดังรูป
ให้ติดต่อขอให้สามัญวิศวกรเครื่องกลเซ็นต์รับรองความปลอดภัย เพื่อเป็นหลักฐานในการขอต่อทะเบียนรถครับ
,
เอกสารที่ประกอบการขอแจ้งลงเล่มที่ขนส่งดังนี้
1) ใบเสร็จร้านที่ไปทำซันรูฟมา
2) ใบรับรองวิศวกรของสามัญวิศวกรเครื่องกลที่เซ็นต์อนุญาต
3) ใบประกาศฯของสภาวิศวกรของสามัญวิศวกรเครื่องกลที่เซ็นต์อนุญาต
รับเซ็นต์รับรองรถดัดแปลงทุกชนิดโดยสามัญวิศวกรเครื่องกล
สมพงค์ บางยี่ขัน
087-6923836
sompong10000@hotmail.com
ให้ติดต่อขอให้สามัญวิศวกรเครื่องกลเซ็นต์รับรองความปลอดภัย เพื่อเป็นหลักฐานในการขอต่อทะเบียนรถครับ
,
เอกสารที่ประกอบการขอแจ้งลงเล่มที่ขนส่งดังนี้
1) ใบเสร็จร้านที่ไปทำซันรูฟมา
2) ใบรับรองวิศวกรของสามัญวิศวกรเครื่องกลที่เซ็นต์อนุญาต
3) ใบประกาศฯของสภาวิศวกรของสามัญวิศวกรเครื่องกลที่เซ็นต์อนุญาต
รับเซ็นต์รับรองรถดัดแปลงทุกชนิดโดยสามัญวิศวกรเครื่องกล
สมพงค์ บางยี่ขัน
087-6923836
sompong10000@hotmail.com
วันจันทร์ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2556
เปลี่ยนหัวเก๋งแบบไหนจึงไม่ต้องเสียค่าเขียนแบบ
ถ้ามีการขยับกระปุกพวงมะลัย
(อาจจะรวมเปลี่ยนจากธรรมดาเป็นเพาเวอร์ด้วย) เขาให้เหตุผลว่า
"ทำให้จุดบังคับเลี้ยวเปลี่ยนไป" จึงจำเป็นต้องเขียนแบบ
ทีนี้ก็ต้องมาดูว่าเปลี่ยนหัวเก๋งจากรุ่นไหน?ไปเป็นรุ่นไหน?
ถ้าความกว้างของหัวเก๋งใกล้เคียงกัน (ไม่ต้องขยับกระปุกพวงมะลัย)
อาจจะไม่ต้องเขียนแบบใหม่ เพียงแต่ต้องแจ้งให้ลงเล่มว่าเปลี่ยนหัวมาใหม่
แต่ต้องเขียนคำร้องและหาใบเสร็จค่าทำก่อนเอารถมาตรวจนะครับ
รุ่นรถที่อาจจะไม่ต้องเขียนแบบ
KT925 เป็น F18 หรือ ไฮเทค อาจจะต้องเขียน (ความกว้างหัวต่างกัน)
F18 เป็น ไฮเทค อาจจะไม่ต้องเขียน (ความกว้างหัวพอๆกัน)
ไฮเทค เป็น โปรเฟีย อาจจะต้องเขียน (ความกว้างหัวต่างกัน)
และที่สำคัญต้องดูจุดพวงมะลัยที่หัวเก๋งกับกระปุกพวงมะลัยที่ยึดติดกับเซสซีส์เป็นหลัก
ถ้าไม่ได้ขยับกระปุกพวงมาลัย.ก็ไม่ต้องเขียนแบบ...เเจ้งตามปกติ..
ปรึกษาวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ
สมพงค์ บางยี่ขัน
0876923836
sompong10000@hotmail.com
รุ่นรถที่อาจจะไม่ต้องเขียนแบบ
KT925 เป็น F18 หรือ ไฮเทค อาจจะต้องเขียน (ความกว้างหัวต่างกัน)
![]() |
| K925 |
![]() |
| F18 |
![]() |
| 3H สิงห์ไฮเทค |
F18 เป็น ไฮเทค อาจจะไม่ต้องเขียน (ความกว้างหัวพอๆกัน)
![]() |
| F18 |
![]() |
| 3H สิงห์ไฮเทค |
ไฮเทค เป็น โปรเฟีย อาจจะต้องเขียน (ความกว้างหัวต่างกัน)
![]() |
| 3H สิงห์ไฮเทค |
![]() |
| profia |
และที่สำคัญต้องดูจุดพวงมะลัยที่หัวเก๋งกับกระปุกพวงมะลัยที่ยึดติดกับเซสซีส์เป็นหลัก
ถ้าไม่ได้ขยับกระปุกพวงมาลัย.ก็ไม่ต้องเขียนแบบ...เเจ้งตามปกติ..
ปรึกษาวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ
สมพงค์ บางยี่ขัน
0876923836
sompong10000@hotmail.com
เปลี่ยนหัวเก๋งต้องเสียค่าเขียนแบบหรือไม่
ถ้าเปลื่ยนจากหัวF18เป็นหัวสิงห์ไฮเทค อย่าลืมค่าเขียนแบบที่ขนส่งนะ
เมื่ออยากจะเปลี่ยนหัวเก๋งเป็น profia จะต้องมีการเขียนแบบใหม่ สืบเนื่องจากการย้ายตำแหน่งของพวงมาลัยซึ่งค่าใช้จ่ายจะอยู่ที่ประมาณ 35,000 บาท ครับ
ลองปรึกษา วิศวกรผู้เชี่ยวชาญ
สมพงค์ บางยี่ขัน สามัญวิศวกรเครื่องกล
0876923836
sompong10000@hotmail.com
![]() |
| F18 |
เมื่ออยากจะเปลี่ยนหัวเก๋งเป็น profia จะต้องมีการเขียนแบบใหม่ สืบเนื่องจากการย้ายตำแหน่งของพวงมาลัยซึ่งค่าใช้จ่ายจะอยู่ที่ประมาณ 35,000 บาท ครับ
![]() |
| profia |
ลองปรึกษา วิศวกรผู้เชี่ยวชาญ
สมพงค์ บางยี่ขัน สามัญวิศวกรเครื่องกล
0876923836
sompong10000@hotmail.com
ใบเสร็จที่จะใช้แจ้งเพื่อเปลี่ยนหังเก๋งรถบรรทุก
ถ้าผมไปซื้อหัวเก๋งจาก เจ้าของรถซึ่งเป็นบุคคลธรรมดามาครับ เขาไม่มีใบเสร็จให้
เพื่อประกอบการแจ้งเปลี่ยนหัวเก๋ง ผมจะทำอย่างไรได้บ้าง เพื่อที่จะสามารถ
แจ้งเปลี่ยนหัวเก๋งได้ถูกต้องตามกฏหมาย
ขอสัญญาซื้อขายจากเจ้าของคนเดิม พร้อมบัตรประชาชน และถ่ายสำเนาหนังสือแสดงการจดทะเบียนที่ได้มีการเปลี่ยนหัวเก๋งจากรถคันเดิม พร้อมหน้าบันทึกเจ้าหน้าที่ ที่ได้แสดงว่าหัวเก๋งที่ได้มา ถอดมาจากรถคันอื่นอย่างถูกต้อง
ปรึกษาวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ
สมพงค์ บางยี่ขัน สามัญวิศวกรเครื่องกล
0876923836
sompong10000@hotmail.com
เพื่อประกอบการแจ้งเปลี่ยนหัวเก๋ง ผมจะทำอย่างไรได้บ้าง เพื่อที่จะสามารถ
แจ้งเปลี่ยนหัวเก๋งได้ถูกต้องตามกฏหมาย
ขอสัญญาซื้อขายจากเจ้าของคนเดิม พร้อมบัตรประชาชน และถ่ายสำเนาหนังสือแสดงการจดทะเบียนที่ได้มีการเปลี่ยนหัวเก๋งจากรถคันเดิม พร้อมหน้าบันทึกเจ้าหน้าที่ ที่ได้แสดงว่าหัวเก๋งที่ได้มา ถอดมาจากรถคันอื่นอย่างถูกต้อง
ปรึกษาวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ
สมพงค์ บางยี่ขัน สามัญวิศวกรเครื่องกล
0876923836
sompong10000@hotmail.com
รถยนต์เปลี่ยนหัวเก๋ง จะต้องทำยังไงบ้าง ถึงจะทำให้ถูกกฎหมาย และสามารถไปต่อทะเบียนรถได้ค่ะ
รถยนต์เกิดอุบัติเหตุ เข้าอู่ อู่บอกให้เปลี่ยนทั้งหัว ทั้งตัวเครื่อง
และคัดซี ก่อนทำถามทางอู่เรื่องหลักฐานในการเปลี่ยนแล้ว
เจ้าของอู่บอกว่ามีครบไม่ต้องห่วง พอเอาเข้าจริง
ได้มาแต่หลักฐานของเลขเครื่อง เลขคัดซีไม่มี (หัวรถเป็นหัวนำเข้าจากนอก)
จะต้องทำยังไงบ้างค่ะ ถึงจะทำให้ถูกกฎหมาย และสามารถไปต่อทะเบียนรถได้ค่ะ
กรณีรถคันดังกล่าว หากเปลี่ยนทั้งเครื่อง และคัสซี เข้าข่ายลักษณะ รถที่ประกอบขึ้นจากชิ้นส่วนอุปกรณ์รถเก่า
การดำเนินจดทะเบียนต้องแนบเอกสารหลักฐาน ดังนี้
1. หลักฐานการได้มาของโครงคัสซีรถ ถ้าเป็นโครงคัสซีเก่าที่นำเข้าจากต่างประเทศ ได้แก่ ใบขนสินค้าขาเข้าฯ บัญชีแสดงรายการสินค้า และใบเสร็จค่าอากรขาเข้า ถ้าเอกสารดังกล่าวเป็นสำเนาต้องให้กรมศุลกากรรับรองความถูกต้องด้วย
2. ใบเสร็จรับเงินค่าโครงคัสซีหรือตัวรถ ซึ่งต้องระบุชนิดและหมายเลขโครงคัสซี หรือตัวรถด้วย
3. หลักฐานการได้มาของเครื่องยนต์ ได้แก่ หนังสือรับรองหลักฐานการส่งบัญชีรับและจำหน่ายและใบเสร็จรับเงินในการซื้อ ขาย กรณีที่เป็นเครื่องยนต์ที่ได้มาจากรถที่จดทะเบียนแล้ว ให้แนบสัญญาซื้อขายเครื่องยนต์พร้อมภาพถ่ายใบคู่มือจดทะเบียนรถของรถที่นำ เครื่องยนต์มาและภาพถ่ายบัตรประชาชนของเจ้าของรถนั้น ๆ
4. หลักฐานการได้มาของหัวเก๋ง (ในกรณีเป็นรถที่มีหัวเก๋ง)หรือตัวถังรถ
5. หลักฐานการประกอบรถ ได้แก่ ใบเสร็จรับเงินและหรือใบกำกับภาษีค่าประกอบรถ กรณีที่เจ้าของรถประิกอบขึ้นเองให้ทำหนังสือยืนยันไว้เป็นหลักฐาน
6. หนังสือรับรองความมั่นคงแข็งแรงของรถจากผู้ซึ่งมีคุณวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีสาขาวิศวกรรมเครื่องกลหรือวิศวกรรมยานยนต์ และได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมประเภทสามัญวิศวกร (เนื่องจากเครื่องยนต์บางรุ่นมีขนาดมากกว่า 100kW จึงต้องให้สามัญวิศวกรเครื่องกลเป็นคนเซ็นต์อนุญาต)
7. หลักฐานการเอาประกันภัยตาม พ.ร.บ. ผู้ประสบภัยจากรถฯ
8. ภาพถ่ายบัตรประชาชนของเจ้าของรถ
9. หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามิได้มาดำเนินการเอง) พร้อมภาพถ่ายบัตรประชาตัวประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ
มีปัญหาเกี่ยวกับการตัดเปลี่ยนหัวเก๋ง ปรึกษาวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ
สมพงค์ บางยี่ขัน สามัญวิศวกรเครื่องกล
0876923836
sompong10000@hotmail.com
กรณีรถคันดังกล่าว หากเปลี่ยนทั้งเครื่อง และคัสซี เข้าข่ายลักษณะ รถที่ประกอบขึ้นจากชิ้นส่วนอุปกรณ์รถเก่า
การดำเนินจดทะเบียนต้องแนบเอกสารหลักฐาน ดังนี้
1. หลักฐานการได้มาของโครงคัสซีรถ ถ้าเป็นโครงคัสซีเก่าที่นำเข้าจากต่างประเทศ ได้แก่ ใบขนสินค้าขาเข้าฯ บัญชีแสดงรายการสินค้า และใบเสร็จค่าอากรขาเข้า ถ้าเอกสารดังกล่าวเป็นสำเนาต้องให้กรมศุลกากรรับรองความถูกต้องด้วย
2. ใบเสร็จรับเงินค่าโครงคัสซีหรือตัวรถ ซึ่งต้องระบุชนิดและหมายเลขโครงคัสซี หรือตัวรถด้วย
3. หลักฐานการได้มาของเครื่องยนต์ ได้แก่ หนังสือรับรองหลักฐานการส่งบัญชีรับและจำหน่ายและใบเสร็จรับเงินในการซื้อ ขาย กรณีที่เป็นเครื่องยนต์ที่ได้มาจากรถที่จดทะเบียนแล้ว ให้แนบสัญญาซื้อขายเครื่องยนต์พร้อมภาพถ่ายใบคู่มือจดทะเบียนรถของรถที่นำ เครื่องยนต์มาและภาพถ่ายบัตรประชาชนของเจ้าของรถนั้น ๆ
4. หลักฐานการได้มาของหัวเก๋ง (ในกรณีเป็นรถที่มีหัวเก๋ง)หรือตัวถังรถ
5. หลักฐานการประกอบรถ ได้แก่ ใบเสร็จรับเงินและหรือใบกำกับภาษีค่าประกอบรถ กรณีที่เจ้าของรถประิกอบขึ้นเองให้ทำหนังสือยืนยันไว้เป็นหลักฐาน
6. หนังสือรับรองความมั่นคงแข็งแรงของรถจากผู้ซึ่งมีคุณวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีสาขาวิศวกรรมเครื่องกลหรือวิศวกรรมยานยนต์ และได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมประเภทสามัญวิศวกร (เนื่องจากเครื่องยนต์บางรุ่นมีขนาดมากกว่า 100kW จึงต้องให้สามัญวิศวกรเครื่องกลเป็นคนเซ็นต์อนุญาต)
7. หลักฐานการเอาประกันภัยตาม พ.ร.บ. ผู้ประสบภัยจากรถฯ
8. ภาพถ่ายบัตรประชาชนของเจ้าของรถ
9. หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามิได้มาดำเนินการเอง) พร้อมภาพถ่ายบัตรประชาตัวประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ
มีปัญหาเกี่ยวกับการตัดเปลี่ยนหัวเก๋ง ปรึกษาวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ
สมพงค์ บางยี่ขัน สามัญวิศวกรเครื่องกล
0876923836
sompong10000@hotmail.com
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
-
เมื่อเจ้าของรถประสงค์ที่จะโหลดเตี้ยรถหรือยกสูงรถก็ตามเมื่อท่านไปดำเนินการดังกล่าวมาแล้ว บางท่านอาจจะโดนตำรวจซิว เสียค่าปรับกันไปครั้งละ 500-...
-
ถ้ามีการขยับกระปุกพวงมะลัย (อาจจะรวมเปลี่ยนจากธรรมดาเป็นเพาเวอร์ด้วย) เขาให้เหตุผลว่า "ทำให้จุดบังคับเลี้ยวเปลี่ยนไป" จึงจำเป็นต...
-
รถยนต์เกิดอุบัติเหตุ เข้าอู่ อู่บอกให้เปลี่ยนทั้งหัว ทั้งตัวเครื่อง และคัดซี ก่อนทำถามทางอู่เรื่องหลักฐานในการเปลี่ยนแล้ว เจ้าของอู่บอกว่...
.jpg)
-n.jpg)
-n.jpg)





